สวรรค์มีจริงที่ไนแองการ่า
posted on 19 Nov 2008 11:36 by ohha-happy
ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการไปทำงานที่อเมริกาแค่ช่วงสั้นๆในฤดูร้อนจะเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่จะประทับใจไปอีกนาน ขณะที่ทำงานอยู่ชิคาโกก็ว่ามีความสุขมากแล้วนะแต่พองานเสร็จเรียบร้อย แล้วมีแผนจะไปเที่ยวต่อนี่ซิตื่นเต้นและมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย คืนที่เริ่มเดินทางออกจากชิคาโกยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าพรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาจะเจออะไร เพราะไม่มีใครรู้จักเส้นทางที่จะไปเลยว่าต้องผ่านอะไรบ้างและต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะถึงจุดหมายแรกที่เราวางแผนไว้จะไปเยือน นั่นคือน้ำตกไนแองการ่า (Niagara) พวกเราหลับกันตลอดคืนแล้วตื่นเพราะแสงอาทิตย์สลัวๆที่เพิ่งจะโผล่ขึ้นจากพื้นดิน ประมาณหกโมงเช้าได้กระมังที่ตื่นมาแล้วก็แวะเข้าห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดกว่าห้องน้ำปั๊มน้ำมันของเมืองไทย สายตาที่ยังเบลอๆหัวสมองที่ยังมึนๆแอบเห็นป้ายที่บอกว่าพวกเรากำลังยืนอยู่บนผืนแผ่นดินของรัฐเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania) รู้ข้อมูลเพียงเท่านี้แต่ก็ยังไม่สามารถจินตนาการแผนที่ของประเทศอเมริกาได้ว่ามันอยู่ตรงไหนแล้วอีกไกลแค่ไหนกว่าจะถึงน้ำตกที่ปรารถนาขึ้นรถมาก็หลับต่อได้อีก ทั้งที่อยากจะดูวิวทิวทัศน์ที่รถขับผ่านแต่หนังตากลับไม่เข้าข้างและก็ค่อยๆปิดลงจนเวลาผ่านไปคิดว่าน่าจะหลายชั่วโมง ซึ่งระหว่างนั้นรถได้ขับผ่านเมืองบัฟฟาโล (Buffalo) ในรัฐนิวยอร์ค (New York) ตื่นมาอีกที ยังไม่ทันที่พวกเราจะแต่งสวยหลังตื่นนอนพวกเราก็เข้ามาถึงไนแองการ่าซิตี้ (Niagara City) แล้ว น้ำตกไนแองการ่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงระดับโลกมีผู้คนมากมายที่ผลัดกันเข้ามาเยือน ในแต่ละปีน้ำตกแห่งนี้ทำรายได้ให้อเมริกาและแคนาดาได้มากมายมหาศาลเพราะไม่ว่าจะฤดูใดที่แห่งนี้ก็ไม่เคยร้างลาจากนักท่องเที่ยว จากผืนน้ำขนาดใหญ่ของทะเลสาบออนตาริโอ (Lake Ontario) ไหลเรื่อยๆเป็นแม่น้ำไนแองการ่า (Niagara River) ลงมาจากผาสูงกว้างทางแผ่นดินของอเมริกา น้ำตกด้านนี้เราเรียกว่า อเมริกันฟอลส์ (American Falls) น้ำตกจากผาขนาดกว้างไหลลงมาด้วยความแรงทำให้เกิดม่านน้ำขนาดกว้าง สายน้ำกระเซ็นสวยงาม พวกเราขึ้นเรือเมดออฟเดอะมิสท์ (Maid of The Mist) เพื่อชมความงามของน้ำตกอย่างใกล้ชิดและเมื่อผ่านจากจุดนี้เรือก็ยังไม่วกกลับแต่ยังจะพาพวกเรามุ่งหน้าผ่านโกทไอแลนด์ (Goat Island) สู่สรวงสวรรค์แห่งไนแองการ่าซึ่งมีชื่อว่า (Horseshoe Falls) หน้าผาที่มีลักษณะโค้งคล้ายเกือกม้า ละอองน้ำที่ตกจากจุดนี้กระเซ็นมาจากทั้งฝั่งอเมริกาและฝั่งแคนาดามากระทบกันตรงกลาง สร้างดินแดนแห่งละอองน้ำขึ้นตรงกลางเปรียบเหมือนดินแดนสนธยาที่น่าพิศวง เรือค่อยๆล่องเข้าไปในดินแดนดังกล่าว รู้สึกเหมือนว่าได้มาสัมผัสกับสวรรค์ที่มีจริงบนผืนโลก ในใจนึกไปถึงพ่อแม่ น้องชายและคนที่เรารักทุกคน อยากให้พวกเขาเหล่านั้นมาสัมผัสกับความสวยงามอย่างนี้ด้วย ไม่น่าเชื่อเลยว่าธรรมชาติจะสรรค์สร้างสิ่งงดงามให้เราได้อัศจรรย์ใจและตราตรึงในหัวใจได้ขนาดนี้ เราได้รู้ว่าไม่มีอะไรที่อ่อนนุ่มกว่าน้ำ แต่ในการเอาชนะของแข็งก็ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าน้ำเช่นกัน ความอ่อนเอาชนะความแข็ง ของที่เบาย่อมได้เปรียบของที่หนัก นี่คือห้องเรียนธรรมชาติ ที่สอนว่าเราควรดำรงตนให้เป็นผู้รู้จักธรรมชาติและดำเนินชีวิตตามธรรมชาติเพื่อสร้างสรรค์ความงดงามให้ชีวิตของตนเองได้เองปล.ขอให้การเดินทางของเราเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติที่สนุกนะ